งานประเพณีแข่งโพนลากพระ จังหวัดพัทลุง
October 18th, 2008
งานประเพณีแข่งโพนลากพระ จังหวัดพัทลุง
วันที่ 14 - 20 ตุลาคม 2551
ณ บริเวณหน้าเทศบาลเมือง อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง
![]() |
![]() |
เป็นงานประเพณีที่จัดขึ้นในวันขึ้น 14-15 ค่ำ และวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ตรงกับเทศกาลออกพรรษา จะมีงานประเพณีลากพระหรือชักพระ ทั้งทางบกและทางน้ำ สำหรับจังหวัดพัทลุงเป็นการลากพระทางบก จะมีการตีโพน (กลอง) เพื่อควบคุมจังหวะในการลากพระ ขบวนพระลากของแต่ละวัดก็จะมีผู้ตีโพนอยู่บนขบวน เมื่อผ่านวัดต่างๆ ก็จะมีการตีโพนท้าทายกัน ทำให้มีการแข่งขันตีโพนขึ้น และทางจังหวัดพัทลุงก็ได้จัดให้มีการแข่งขันตีโพนขึ้นเป็นประจำทุกปี ในเทศกาลลากพระเดือน 11
![]() |
![]() |
กิจกรรม
การแข่งโพนจากวัดต่าง ๆ ในจังหวัดพัทลุง และจังหวัดใกล้เคียง การประกวดขบวนแห่โพน การประกวดลีลาตีโพน การประกวดแห่เรือพระพิธีทางศาสนา การประกวดธิดาโพน การแสดงนาฎศิลป์ และการซัดต้ม
รวมทั้งเที่ยวชมและเลือกซื้อศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านในจังหวัดพัทลุงและจังหวัดใกล้เคียง เช่น การทำเสื่อกระจูดและผลิตภัณฑ์จากกะลา

| “โพน” เป็นภาษาท้องถิ่นของจังหวัดพัทลุง ใช้เรียกเครื่องดนตรีไทยที่มีรูปร่างคล้ายกลองทัด “โพน” มีสามขา ตีด้วยไม้แข็ง 2 มือ ตัวโพนทำด้วยการขุดเจาะไม้จากต้นตาล ไม้ขนุน ฯลฯ มีขนาดรูปร่างต่าง ๆ กัน ส่วนมากมีขนาดเส้นผ่า ศูนย์กลางตั้งแต่ 35-80 เซนติเมตร หน้าโพนนิยมหุ้มด้วยหนังควายทั้ง 2 หน้า ไม้โพนกลึงด้วยไม้เนื้อแข็ง เช่น ไม้สาวดำ ไม้หลุมพอ ฯลฯ โพนที่ทำพิเศษเพื่อการแข่งขัน เรียกว่า “โพนแข่ง” การหุ้มโพน (ทำโพน) ส่วนใหญ่ ทำกันในบริเวณวัด ระหว่างฤดูกาลเข้าพรรษา วัตถุประสงค์เพื่อใช้ในกิจกรรมของวัด ใช้ตีเป็นสัญญาณ เช่น ตีบอกเวลาเพลฯ ตลอดไปถึงเป็นดนตรีหลัก ใช้ตีจังหวะการลากพระในวันออกพรรษา แรม 1 ค่ำ เดือน 11 ซึ่งชาวบ้านใกล้วัด พระ และเณร จะร่วมมือกันทำโพน โดยใช้เทคนิคเฉพาะของแต่ละท้องถิ่นในจังหวัดพัทลุง ซึ่งการหุ้มโพนมีความสำคัญ ทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเลือกไม้มาเจาะเป็นตัวโพน การฆ่าหนังเพื่อนำมาหุ้มโพน การขึงหนังให้ตึง อย่างเต็มที่ การเจาะรูเพื่อใส่ลูกสัก ที่สวยงาม ตลอดถึงการแต่งโพน (คัดขอบ หรือคัดคิ้ว) ให้มีเสียงดังตามต้องการ ทั้งหลายเหล่านี้ คือภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สืบทอดต่อกันมาการแข่งโพน เป็นประเพณีที่สืบเนื่องมาจากการหุ้มโพน เมื่อแต่ละวัดซึ่งอยู่ห่างกันหุ้มโพนใบใหม่ ก็ต้องมีการตีเพื่อทดลองเสียง มีเสียงดัง ได้ยินออกไปไกล จึงมีการท้าประลองกันว่าโพนของใครเสียงดังกว่ากัน และขยายวงกว้างออก ไปจนเป็นประเพณี นิยมแข่งโพนกันใน เวลากลางคืน ชาวบ้านจะบรรทุกโพนรถเข็นมาจากทุกสารทิศ ลากด้วยรถจักร-ยานยนต์ ไปยังจุดนัดหมายบริเวณที่โล่งง่ายต่อการ นำโพนไปถึง ง่ายต่อการฟังเสียง เช่น หัวคันนา สี่แยก หรือกลางทุ่งนา ส่วนการตัดสินเป็นที่ยอมรับกันเองในหมู่ผู้เข้าแข่งขัน เดิมมีการ ตัดสินเพียงจุดเดียว ให้กรรมการฟังเสียงโพนห่างจากจุดแข่งขัน ตีโพนส่งสัญญาณมาจากจุดตัดสิน เช่น ผลการตัดสินโพนเสียงทุ้มชนะ ตีสัญญาณ 1 ครั้ง หากโพนเสียงแหลมชนะ กรรรมการตีโพนสัญญาณ 2 ครั้ง ฝ่ายใดเสียงดังกว่าเป็นฝ่ายชนะ ฝ่ายที่เสียงดังน้อยกว่าเป็น ฝ่ายแพ้ ต้องนำโพนไปแก้ไขปรับปรุงมาแข่งใหม่ในสนามอื่น ในคืนต่อ ๆ ไป |
กระบวนการแข่งโพน โพนที่เข้าแข่งขันแบ่งออกตามขนาด ขนาดเล็ก,กลางและใหญ่ ตามกติกาที่กำหนด แต่ละขนาดมีเลขหมาย ประจำโพน ประกบคู่ด้วยวิธีจับฉลาก การแข่งโพนบนเวทีแข่งกันครั้งละ 2 ใบ แบบแพ้คัดออก จนเหลือ คู่ชิงชนะเลิศ เมื่อนำโพนทั้ง 2 ใบขึ้นเวทีแล้วให้ทำการขานเสียง (ซอเสียง หรือ เทียบเสียง) โดยผลัดกันตี ช้า ๆ ดัง ๆ ตกลงกันว่าใบใดเป็นเสียงทุ้มหรือเสียงแหลม โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ การแข่งขันรอบแรกจนถึงรอบรองชนะเลิศ ใช้เวลาแข่งคู่ละ 3 นาที คู่ชิงชนะเลิศใช้เวลาแข่ง 5 นาที ผู้ตีจะมีวิธีตีอย่างใดแล้วแต่ศิลปะ ไหวพริบและความชำนาญ
สอบถามรายละเอียด
เทศบาลเมืองพัทลุง โทรศัพท์ 0 7461 3007








สวท เชียงราย
