งานประเพณีลอยกระทงสาย ไหลประทีปพันดวง จังหวัดตาก

October 25th, 2008

งานประเพณีลอยกระทงสาย ไหลประทีป 1,000 ดวง จังหวัดตาก
วันที่ 8 - 12 พฤศจิกายน 2551
ณ บริเวณแม่น้ำปิง ริมสายธารลานกระทงสาย เชิงสะพานสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี
อำเภอเมือง จังหวัดตาก

ประเพณีลอยกระทงสาย ของจังหวัดตาก เป็นประเพณีที่นำเอาพระพุทธศาสนา ภูมิปัญญาชาวบ้าน งานศิลปวัฒนธรรมมาหล่อหลอมรวมกันจนเป็นรูปแบบที่โดดเด่นปฏิบัติสืบทอดกันมา เป็นเวลาช้านาน ซึ่งจะแตกต่างจากจังหวัดอื่นเพราะส่วนประกอบของกระทงที่ใช้กะลามะพร้าว ประกอบกับแม่น้ำปิงที่ไหลผ่านจังหวัดตากจะมีสันทรายใต้น้ำทำให้เกิดเป็นร่อง น้ำที่สวยงามตามธรรมชาติ เมื่อนำกระทงลอยกระทงจะไหลไปตามร่องน้ำดังกล่าวเกิดเป็นสายยาวต่อเนื่อง ของกระทงทำให้แสงไฟของกระทงส่องแสงระยิบระยับเป็นสายยาวตามความยาวของร่อง น้ำมีความสวยงามมาก จึงได้มีการพัฒนารูปแบบจากการลอยในชุมชนมาเป็นการแข่งขันลอยกระทงสาย โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  โปรดเกล้าฯ พระราชทานถ้วยรางวัลสำหรับผู้ชนะเลิศเป็นประจำทุกปี และยังได้รับพระราชทานพระประทีปจากพระบรมวงศานุวงศ์รวม 10 พระองค์ มาลอยเป็นปฐมฤกษ์ในการจัดงาน

สำหรับการจัดงานประเพณีลอยกระทง สายไหลประทีป 1,000 ดวงนี้จะแตกต่างจากจังหวัดอื่นอีกประการหนึ่งคือ ก่อนที่จะมีการแข่งขันลอยกระทงสาย 1 วัน จะต้องนำกระทงขนาดใหญ่ที่เรียกว่ากระทงนำพร้อมกระทงกะลา และกระทงปิดท้าย ซึ่งประดิษฐ์อย่างวิจิตรงดงามออกมาแห่ โดยมีผู้ร่วมขบวนแห่จำนวน 100 คน แต่งกายอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย ซึ่งถือว่าเป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อแข่งขันในวันต่อไป

ในการแข่งขันลอยกระทงสายไหลประทีป 1,000 ดวง ในแต่ละสายจะต้องประกอบด้วย
1. กระทงนำ
เป็น กระทงขนาดใหญ่ที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1.50 - 2.50 เมตร ประดิษฐ์ตกแต่งอย่างสวยงามด้วยใบตอง ดอกไม้สดที่เย็บเป็นรูปแบบต่างๆ แล้วจึงนำมาประกอบเป็นรูปกระทง ภายในกระทงต้องมีผ้าสบง เครื่องกระยาบวช หมากพลู ขนม สตางค์ ธูป เทียน ฯลฯ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ได้ประยุกต์มาจากแพผ้าป่าน้ำในสมัยโบราณ ส่วนรอบกระทงจะประดับด้วยไฟเพื่อให้เกิดแสงสว่างสวยงาม ก่อนจะนำลงรอยต้องทำพิธีจุดธูปเทียน กล่าวคำขอขมาเป็นการบูชาพระแม่คงคาและพระพุทธเจ้า พร้อมถวายผ้าป่าน้ำแด่พระภิกษุสงฆ์ แล้วจึงลอยเป็นอันดับแรก
2. กระทงกะลา ใช้กะลามะพร้าวจำนวน 1,000 ใบ นำมาขัดถูให้สะอาดทั้งภายในและภายนอก ตกแต่งลวดลายอย่างสวยงาม ภายในกะลาใส่ด้ายดิบที่ฝั่นเป็นรูปตีนกา แล้วหล่อด้วยเทียนขี้ผึ้งซึ่งนำมาจากเทียนจำนำพรรษาที่พระสงฆ์ได้จุดเพื่อทำ พิธีสวดมนต์ในโบสถ์วิหารตลอดสามเดือน หลังจากออกพรรษาชาวบ้านจะนำเทียนเหล่านั้นมาหลอมละลายด้วยความร้อนหล่อลงใน กะลาที่มีด้ายรูปตีนกา สำหรับเป็นเชื้อเพลิงจุดไฟก่อนที่จะปล่อยลงลอย แลดูเป็นสายสวยงามและมีไฟส่องแสงระยิบระยับจนสุดสายตา ซึ่งถือว่าเป็นของศักดิ์สิทธิ์และเป็นสิริมงคลแก่ผู้ที่นำกระทงกะลาทุกดวงมา ลอยในแม่น้ำปิง
3. กระทงปิดท้าย มีลักษณะคล้ายกระทงนำแต่มีขนาดเล็กกว่า ประดิษฐ์ตกแต่งอย่างสวยงามด้วยใบตองและดอกไม้สด ลอยปิดท้ายหลังจากลอยกระทงกะลาครบ 1,000 ใบ พร้อมทั้งมีสัญลักษณ์ให้ทราบว่าได้สิ้นสุดการลอยของสายกระทงนั้นแล้ว
4. การเชียร์ ในขณะที่ทำการลอยกระทงสายอยู่นั้นจะมีกองเชียร์ร่วมร้องรำทำเพลงอย่างสนุก สนานครื้นเครอง เป็นการให้กำลังใจแก่ผู้ที่ทำการลอย ซึ่งการแสดงเหล่านี้มีรูปแบบที่เป็นระบบภายใต้กรอบที่กำหนด คือมีผู้แสดงไม่น้อยกว่า 80 คน แต่งกายแสดงถึงวัฒนธรรมประเพณีไทย เพลงที่นำมาร้องมีเนื้อหาสอดคล้องกับประเพณีไทยหรือวิถีชีวิตของชุมชน ดนตรีที่นำมาบรรเลงต้องใช้เครื่องดนตรีไทยทั้งหมดและจะต้องใช้กะลาเป็นส่วน ประกอบของการแสดงอย่างน้อย 1 ชุด ซึ่งการแสดงทั้งหมดใช้เวลาไม่เกิน 30 นาที

กิจกรรมภายในงาน
- สัมผัสบรรยากาศและร่วมเชียร์การแข่งขันประกวดกระทงสายชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
- ชมขบวนแห่อัญเชิญพระประทีปพระราชทานของพระบรมวงศานุวงศ์ 10 พระองค์ ขบวนแห่ถ้วยพระราชทาน และขบวนแห่กระทงสายประจำปี 2551 ยิ่งใหญ่ตระการตา ในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2551
- ชมพิธีเปิดงานประเพณีลอยกระทงสายไหลประทีป 1,000 ดวง พร้อมการแสดง “ตำนานกระทงสาย” ในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2551
- ชมการลอยกระทงสายยาวที่สุด ยิ่งใหญ่ตระการตามากถึง 80,000 ดวง ในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2551
- ชมการประกวดกระทงใหญ่ กระทงผ้าป่าน้ำ กระทงตาม และกระทงปิดท้าย การประกวดการเชียร์ที่สวยสดงดงาม ในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2551
- ชมการแข่งขันปล่อยกระทงสายชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และการเชียร์แต่ละชุมชนบนเวทีกลางลำน้ำปิงอย่างยิ่งใหญ่ตระการตา ระหว่างวันที่ 8 - 12 พฤศจิกายน 2551
- ชมการประกวดธิดากระทงสาย วันที่ 8 พฤศจิกายน 2551
- การแสดงทางวัฒนธรรมพื้นบ้าน อาหารพื้นเมือง
- การจำหน่ายสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ ระหว่างวันที่ 5 - 12 พฤศจิกายน 2551
- การประกวดศิลปหัตถกรรมของนักเรียน การประกวดเพลงพื้นบ้านเกี่ยวกับกระทงสาย และการแสดงมหรสพต่างๆ

สอบถามรายละเอียด
เทศบาลเมืองตาก โทรศัพท์ 0 5551 8888
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานตาก โทรศัพท์ 0 5551 4341-3 

Posted by admin and filed under ข่าวสารน่ารู้ | 7 Comments »

งานประเพณีแข่งโพนลากพระ จังหวัดพัทลุง

October 18th, 2008

งานประเพณีแข่งโพนลากพระ จังหวัดพัทลุง
วันที่ 14 - 20 ตุลาคม 2551
ณ บริเวณหน้าเทศบาลเมือง อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง

เป็นงานประเพณีที่จัดขึ้นในวันขึ้น 14-15 ค่ำ และวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ตรงกับเทศกาลออกพรรษา จะมีงานประเพณีลากพระหรือชักพระ ทั้งทางบกและทางน้ำ สำหรับจังหวัดพัทลุงเป็นการลากพระทางบก จะมีการตีโพน (กลอง) เพื่อควบคุมจังหวะในการลากพระ ขบวนพระลากของแต่ละวัดก็จะมีผู้ตีโพนอยู่บนขบวน เมื่อผ่านวัดต่างๆ ก็จะมีการตีโพนท้าทายกัน ทำให้มีการแข่งขันตีโพนขึ้น และทางจังหวัดพัทลุงก็ได้จัดให้มีการแข่งขันตีโพนขึ้นเป็นประจำทุกปี ในเทศกาลลากพระเดือน 11

กิจกรรม
การแข่งโพนจากวัดต่าง ๆ ในจังหวัดพัทลุง และจังหวัดใกล้เคียง การประกวดขบวนแห่โพน การประกวดลีลาตีโพน การประกวดแห่เรือพระพิธีทางศาสนา การประกวดธิดาโพน การแสดงนาฎศิลป์ และการซัดต้ม
รวมทั้งเที่ยวชมและเลือกซื้อศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านในจังหวัดพัทลุงและจังหวัดใกล้เคียง เช่น การทำเสื่อกระจูดและผลิตภัณฑ์จากกะลา

    “โพน” เป็นภาษาท้องถิ่นของจังหวัดพัทลุง ใช้เรียกเครื่องดนตรีไทยที่มีรูปร่างคล้ายกลองทัด “โพน” มีสามขา ตีด้วยไม้แข็ง 2 มือ ตัวโพนทำด้วยการขุดเจาะไม้จากต้นตาล ไม้ขนุน ฯลฯ มีขนาดรูปร่างต่าง ๆ กัน ส่วนมากมีขนาดเส้นผ่า ศูนย์กลางตั้งแต่ 35-80 เซนติเมตร หน้าโพนนิยมหุ้มด้วยหนังควายทั้ง 2 หน้า ไม้โพนกลึงด้วยไม้เนื้อแข็ง เช่น ไม้สาวดำ ไม้หลุมพอ ฯลฯ โพนที่ทำพิเศษเพื่อการแข่งขัน เรียกว่า “โพนแข่ง” การหุ้มโพน (ทำโพน) ส่วนใหญ่ ทำกันในบริเวณวัด ระหว่างฤดูกาลเข้าพรรษา วัตถุประสงค์เพื่อใช้ในกิจกรรมของวัด ใช้ตีเป็นสัญญาณ เช่น ตีบอกเวลาเพลฯ ตลอดไปถึงเป็นดนตรีหลัก ใช้ตีจังหวะการลากพระในวันออกพรรษา แรม 1 ค่ำ เดือน 11 ซึ่งชาวบ้านใกล้วัด พระ และเณร จะร่วมมือกันทำโพน โดยใช้เทคนิคเฉพาะของแต่ละท้องถิ่นในจังหวัดพัทลุง ซึ่งการหุ้มโพนมีความสำคัญ ทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเลือกไม้มาเจาะเป็นตัวโพน การฆ่าหนังเพื่อนำมาหุ้มโพน การขึงหนังให้ตึง อย่างเต็มที่ การเจาะรูเพื่อใส่ลูกสัก ที่สวยงาม ตลอดถึงการแต่งโพน (คัดขอบ หรือคัดคิ้ว) ให้มีเสียงดังตามต้องการ ทั้งหลายเหล่านี้ คือภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สืบทอดต่อกันมาการแข่งโพน เป็นประเพณีที่สืบเนื่องมาจากการหุ้มโพน เมื่อแต่ละวัดซึ่งอยู่ห่างกันหุ้มโพนใบใหม่ ก็ต้องมีการตีเพื่อทดลองเสียง มีเสียงดัง ได้ยินออกไปไกล จึงมีการท้าประลองกันว่าโพนของใครเสียงดังกว่ากัน และขยายวงกว้างออก ไปจนเป็นประเพณี นิยมแข่งโพนกันใน เวลากลางคืน ชาวบ้านจะบรรทุกโพนรถเข็นมาจากทุกสารทิศ ลากด้วยรถจักร-ยานยนต์ ไปยังจุดนัดหมายบริเวณที่โล่งง่ายต่อการ นำโพนไปถึง ง่ายต่อการฟังเสียง เช่น หัวคันนา สี่แยก หรือกลางทุ่งนา ส่วนการตัดสินเป็นที่ยอมรับกันเองในหมู่ผู้เข้าแข่งขัน เดิมมีการ ตัดสินเพียงจุดเดียว ให้กรรมการฟังเสียงโพนห่างจากจุดแข่งขัน ตีโพนส่งสัญญาณมาจากจุดตัดสิน เช่น ผลการตัดสินโพนเสียงทุ้มชนะ ตีสัญญาณ 1 ครั้ง หากโพนเสียงแหลมชนะ กรรรมการตีโพนสัญญาณ 2 ครั้ง ฝ่ายใดเสียงดังกว่าเป็นฝ่ายชนะ ฝ่ายที่เสียงดังน้อยกว่าเป็น ฝ่ายแพ้ ต้องนำโพนไปแก้ไขปรับปรุงมาแข่งใหม่ในสนามอื่น ในคืนต่อ ๆ ไป

กระบวนการแข่งโพน โพนที่เข้าแข่งขันแบ่งออกตามขนาด ขนาดเล็ก,กลางและใหญ่ ตามกติกาที่กำหนด แต่ละขนาดมีเลขหมาย ประจำโพน ประกบคู่ด้วยวิธีจับฉลาก การแข่งโพนบนเวทีแข่งกันครั้งละ 2 ใบ แบบแพ้คัดออก จนเหลือ คู่ชิงชนะเลิศ เมื่อนำโพนทั้ง 2 ใบขึ้นเวทีแล้วให้ทำการขานเสียง (ซอเสียง หรือ เทียบเสียง) โดยผลัดกันตี ช้า ๆ ดัง ๆ ตกลงกันว่าใบใดเป็นเสียงทุ้มหรือเสียงแหลม โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ การแข่งขันรอบแรกจนถึงรอบรองชนะเลิศ ใช้เวลาแข่งคู่ละ 3 นาที คู่ชิงชนะเลิศใช้เวลาแข่ง 5 นาที ผู้ตีจะมีวิธีตีอย่างใดแล้วแต่ศิลปะ ไหวพริบและความชำนาญ

สอบถามรายละเอียด
เทศบาลเมืองพัทลุง โทรศัพท์ 0 7461 3007

Posted by admin and filed under ข่าวสารน่ารู้ | No Comments »


Tickets
Visitors

สินค้าหลากหลาย-ขายปลีกขายส่ง บ้านสวยทิพย์วรรณ์  บ้านพักสไตล์ รีสอร์ด สะอาด สะดวก ราคาประหยัด ++ ลองดูสิ ดอทคอม !!++ coffee prince prince of coffeeรวม hi5 ดารา นักร้อง นักแสดง มากมาย
ศูนย์รวมข้อมูลออนไลน์ จ.เชียงราย :: ข้อมููลทุกอย่างในเชียงราย ท่องเที่ยว ที่พัก ตำแหน่งงานว่าง ข่าวสารเชียงราย บอร์ดซื้อ-ขาย ฟรี!! ฯลฯ ÃÒ¡Ò÷ÕÇÕ ·èͧà·ÕèÂÇ-µèÒ§»ÃÐà·È ศูนย์บริหารจัดการ การท่องเที่ยว จ.เชียงราย
kaengkrachanbansoun แก่งกระจาน ล่องแก่ง บ้านสวน ริเวอร์ รีสอร์ท วนาฟาร์ม นกกระจอกเทศ แหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่สำหรับคุณ IsanGate.com สวท เชียงราย


โพสต์ภาพ ท่องเที่ยว
แลกลิงค์

Copyright 2006-2007 lomluang.com All Rights Reserved.
Designated trademarks and brands are the property of their respective owners.

website monitoring Jeedza.com